นวัตกรรมที่เราเห็น ไม่ได้เดินทางด้วยเส้นทางที่เราเข้าใจ

นวัตกรรมที่เราเห็น ไม่ได้เดินทางด้วยเส้นทางที่เราเข้าใจ

เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน ว่าการสร้างนวัตกรรมขึ้นมา ไม่ได้เป็นแบบที่เราเข้าใจ…

เราอาจจะได้เปิดมุมมองใหม่ๆ หลังจากอ่านบทความนี้

เกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรม ที่ทำให้เรารู้ว่า นวัตกรรมที่เราเห็นทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

จากหนังสือ The Myths of Innovation โดย Scott Berkun แปลโดย สฤณี อาชวานันทกุล หนึ่งในนักเขียนนักแปลที่พลังเยอะมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย

หนังสือบอกว่าอย่างนี้ครับ….

การสร้างสิ่งที่เป็น “นวัตกรรม” มันไม่ได้เกิดจากการ “ปิ๊งแว๊บ” คิดออกแล้วก็สร้าง แล้วก็สำเร็จเลยแบบในหนังที่เราเห็น

แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องของการพยายามคิดและทำมาตลอดอย่างหนัก จนวันหนึ่งพอทำมากเข้าๆ เหมือนกับต่อจิ๊กซอว์จนใกล้เสร็จ พอมีอะไรที่เป็นเหมือน “จิ๊กซอว์” ชิ้นสุดท้ายมาประกบเข้ากับงานพอดี ก็ทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมขึ้นมาได้.การประสบความสำเร็จ ไม่ได้เกิดขึ้นในคืนเดียว แต่ต้องสะสมปัจจัยแห่งความสำเร็จ ผ่านการลองผิดลองถูกมาเป็นเวลานาน

ไอเดียสร้างสิ่งใหม่ๆ มักเกิดจากการผสมข้ามสายงาน

ถ้าอยากสร้างอะไรใหม่ๆ ให้ศึกษาในแนวกว้าง จะได้เจอความหลากหลาย และเราก็จะมีโอกาสหยิบจับเอาความรู้จากศาสตร์ต่างๆมาผสมกันได้ เช่น…

เอาความรู้ด้านปรัชญาผสมคณิตศาสตร์ กลายเป็นเศรษฐศาสตร์

เอาศิลปะมาผสมผสานกับคอมพิวเตอร์ เกิดเป็นสินค้าแอปเปิ้ลของบิดา สตีฟ จ๊อบส์

เอาดนตรีมาผสมกับระบบฐานข้อมูลและเอไอเกิดเป็นแอพฟังเพลง (Spotify)

หรือการเอาเครื่องคิดเลขมาผสมกับระบบหน้าจอบังคับเครื่องบินเกิดเป็นต้นแบบโปรแกรม Excel

ไอเดียดีๆ ไม่ได้เกิดจากคนๆเดียว หากแต่ว่าเกิดจากการ coppy and development กันทั้งนั้น

เพราะสิ่งหนึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกสิ่งหนึ่งเสมอ

บทภาพยนตร์ดัดแปลงมาจากนวนิยาย

นวนิยายดัดแปลงมาจากวรรณกรรมคลาสสิค

วรรณกรรมคลาสสิคดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้าน

แน่นอน ความสำเร็จ รวมถึงการรวมกลุ่มกันอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีนักสร้างสรรค์มารวมอยู่ด้วยกัน เราจึงเห็นธุรกิจสตาร์อัพ มักทำงานอยู่ใน Co-working Space หรือว่าจิตรกรในสมัยก่อนก็จะอยู่ในสตูดิโอใกล้ๆกัน

เมื่อสร้างเป็นชิ้นงานมาได้แล้ว ก็ไม่ได้การันตีความสำเร็จว่าสิ่งที่เราคิดสร้างขึ้นมามันจะต้องปัง

ส่ิงที่สร้างขึ้นมาต้องอยู่ถูกที่ถูกเวลาด้วย สภาพแวดล้อมต้องได้ คนใช้ต้องรู้สึกว่าเอาไปใช้ได้ง่าย สิ่งนั้นจึงจะสำเร็จ

ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนกับ รถที่เกิดขึ้นมาท่ามกลางโลกที่ยังมีแต่คนขี่ม้า หรือ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่สร้างขึ้นมาแต่เรายังไม่มีเครือข่ายมือถือ


นวัตกรรมทั้งหลายที่เราเห็น ไม่ได้เป็นการพัฒนาจาก 1 ไป 2 ไป 3 ไป 4

แต่นวัตกรรมในแต่ละรุ่นถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกันหลายๆตัวแต่สุดท้ายเหลือรอดแค่ไม่กี่ราย

เราลองนึกภาพประมาณนี้…

รุ่น 1 มีคนทำทั้งหมด 10 คน แล้วก็จะเหลือผู้รอดเพียง 1 คนไปรุ่นต่อไป

รุ่น 2 มีทั้งหมด 10 คน แล้วก็จะเหลือผู้รอดเพียง 1 คนไปรุ่นต่อไป

รุ่น 3 4 5 และรุ่นถัดๆไปก็มีกลไกแบบนี้

ผู้แพ้ล้มหายตามจากไปตามกาลเวลา เหลือผู้ชนะที่รอดไปเรื่อยๆ ซึ่งกฎแบบนี้เป็นไปตามกฎวิวัฒนาการของ ชาลส์ ดาร์วิน


ส่ิงใหม่ๆที่เราเห็นกันในวันนี้ ล้วนเป็นต้นไม้ที่โตขึ้นบนซากของไอเดียนับหมื่นแสนที่ทำแล้วก็ล้มหายตายจาก วันหนึ่งก็จะเหี่ยวไปตามกาลเวลา แล้วมีต้นกล้าต้นใหม่ที่งอกขึ้นมา

หากวันนี้เราอยากทำสิ่งใหม่ๆ อย่ารอว่าจะมีแรงบันดาลใจมาดลใจ ขอให้ตัดสินใจและลงมือทำกันไปเลย ไม่ต้องกลัวผิดพลาด.เริ่มต่อจิ๊กซอว์วันนี้ เดี๋ยววันหนึ่งมันก็จะเกิดเป็นรูปเป็นร่างไปตามกลไกของมันเองครับ

หากอ่านแล้วอยากลุกขึ้นมาสร้างอะไรให้เกิดขึ้น ขอให้เริ่มลงมือกันได้เลยนะครับ ผมเชื่อว่าสิ่งสนุกๆกำลังรอเราอยู่ครับ

อ่านเพิ่มเติม
https://www.inc.com/greg-satell/4-myths-about-innovation-that-gurus-love-to-tell.html
http://salt.co.th/myths-of-innovation/